






การสนับสนุนผู้สร้างภาพยนตร์อิสระกลายเป็นประเด็นสำคัญในวงการภาพยนตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเวียดนาม ซึ่งหนึ่งในโครงการที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้คือ White Light Cinéhub ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถาบันฝรั่งเศสและสถานทูตฝรั่งเศสในเวียดนาม การพัฒนานี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้สร้างภาพยนตร์อิสระสามารถเข้าถึงบริการและแพลตฟอร์มการผลิตและการจัดจำหน่ายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีห้องฉายภาพยนตร์ DCP ระดับมาตรฐานสากลและห้องปฏิบัติการที่เชี่ยวชาญในการปรับแต่งภาพและเสียง เพื่อประสบการณ์การรับชมที่สมบูรณ์แบบที่สุด
รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ White Light Cinéhub ในฮานอย
ในฤดูใบไม้ร่วงที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงของเมืองฮานอย White Light Cinéhub เริ่มเปิดดำเนินการบนชั้นสามของอาคาร Complex 01 ซึ่งตั้งอยู่ในเขตโด่งดา (Dong Da) โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนภาพยนตร์อิสระและศิลปะ โดยนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รวมถึงห้องฉายภาพยนตร์ DCP ที่ได้มาตรฐานระดับโลก และห้องปฏิบัติการที่เน้นการปรับแต่งภาพและเสียงโดยเฉพาะ
โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันฝรั่งเศสและองค์กรในภูมิภาค เช่น White Light Post จากประเทศไทย ซึ่งเป็นแล็บหลังการผลิตชั้นนำที่เคยทำงานกับภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง เช่น “Call Me By Your Name” และ “Memoria” การสนับสนุนนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนและเวลาเดินทางสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์ชาวเวียดนาม แต่ยังเปิดโอกาสให้พวกเขาเข้าถึงเทคโนโลยีและประสบการณ์ระดับนานาชาติ
ในอดีต ภาพยนตร์อิสระของเวียดนาม เช่น “Bi, Don’t Be Afraid!” และ “Inside the Golden Cocoon” ได้รับความสนใจจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม พวกเขามักเผชิญกับความท้าทายในการเข้าถึงโรงภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ เนื่องจากระยะเวลาฉายจำกัดและความสำคัญที่เน้นไปที่ภาพยนตร์ยอดนิยม White Light Cinéhub จะช่วยแก้ไขปัญหานี้โดยการเสนอเวลาฉายที่แน่นอนและหลากหลายรอบ
นายชาติชาย เกตุนุส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ White Light Post เปิดเผยว่า โรงงานในฮานอยจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและสนับสนุนชุมชนภาพยนตร์อิสระในเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีแผนการฝึกอบรมเพื่อนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตภาพยนตร์มาสู่คนรุ่นใหม่ในเวียดนาม
โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง และผู้นำกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส กิจกรรมเหล่านี้เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางภาพยนตร์
White Light Cinéhub ไม่ใช่แค่พื้นที่ฉายภาพยนตร์ แต่ยังเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างสรรค์และความร่วมมือระหว่างประเทศ
ในฐานะผู้สื่อข่าว ผมมองเห็นถึงความสำคัญของโครงการนี้ในการเปิดประตูสู่อนาคตของภาพยนตร์อิสระในเวียดนาม White Light Cinéhub ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาทางเทคนิคและเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทักษะของคนรุ่นใหม่ในวงการภาพยนตร์ การสนับสนุนเช่นนี้จะทำให้วงการภาพยนตร์อิสระเติบโตอย่างยั่งยืนและขยายขอบเขตไปทั่วโลก
